วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทิน ครั้งที่5

บันทึกอนุทินครั้งที่5
วันศุกร์ที่ 7 กุมพาพันธ์ 2563
เวลาเรียน 08:30-11:30
อาจารย์ผู้สอน กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด




เนื้อหาที่เรียน
การศึกษาพฤติกรรมเด็กวิธีการศึกษาพฤติกรรมเด็กใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์โดยมี 5 ขั้นตอนคือ
1กำหนดปัญหา
2การตั้งสมมติฐาน
3การรวบรวมข้อมูล
4สรุปผล

การทดลอง
เป็นการศึกษาพฤติกรรมและมุ่งศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล เรียกว่า"ตัวแปรอิสระ" ส่วนเหตุการณ์ที่เป็นผลเรียกว่า "ตัวแปรตาม"

การทดลองมี 2 ลักษณะ
1 การทดลองในห้องปฏิบัติการ
2 การสำรวจเป็นการสำรวจตัวแปร

วิธีการตรวจสอบจิตตัวเอง
เป็นวิธีการที่บุคคลสำรวจตัวเองด้วยการแสดงความรู้สึกโดยที่ซื่อตรงต่อตนเองและให้ข้อมูลในตามความเป็นจริง

วิธีการทางคลินิก
เป็นวิธีการแบบลึกต้องมีการศึกษาในหลายด้านการสังเกตการสัมภาษณ์ทางจิตวิทยาหรือ case study เป็นเครื่องมือที่ดีในการศึกษาผู้เรียน

การใช้แบบสอบถาม
เหมาะกับการศึกษาพฤติกรรมของคนจำนวนมากแต่ข้อมูลไม่ลึกและแต่ละคนแตกต่างกันที่ทำแบบสอบถามต้องตั้งคำถามที่ได้ข้อมูลชัดเจนและต้องได้รับการยินยอมจากผู้ทำแบบสอบถาม

การทดสอบทางจิตวิทยา
คนที่ทดสอบได้ดีที่สุดคือนักจิตวิทยาเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดลักษณะที่แอบแฝงอยู่ภายในตัวบุคคล

สรุปวิธีการศึกษาทางจิตวิทยา
วิธีที่ศึกษาที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับการนำไปใช้

วิธีการใช้ในการสังเกต
1 การศึกษาแบบธรรมชาติ 
2 การรายงานผลของตนเอง 
3 การศึกษาแบบคลินิก 
4 การศึกษาเชิงมานุษยวิทยา

การศึกษาแบบธรรมชาติ
2 หลักเกณฑ์
2.1 การสังเกตแบบธรรมชาติจากสถานการณ์จริงสภาพที่เป็นธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องจัดกระทำเกี่ยวกับสื่อสิ่งแวดล้อมรอบข้างเป็นการสังเกตที่เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงพฤติกรรม
2 การสังเกตแบบมีโครงสร้าง
เป็นวิธีการที่สามารถกำหนดพฤติกรรมโดยที่ให้เด็กมีโอกาสแสดงพฤติกรรมแต่มีข้อเสียเด็กอาจไม่แสดงพฤติกรรม

เกณฑ์บุคคล
เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลคือผู้สังเกตและผู้เข้าร่วม
1 การสังเกตโดยการเข้าร่วม
-เข้าร่วมแบบสมบูรณ์เช่นเด็กเล่นของเล่นตามมุมและเข้าไปเล่นกับเด็กและจดจำพฤติกรรมและทำการบันทึก

2 การสังเกตโดยเข้าร่วมไม่สมบูรณ์
-เข้าร่วมในกิจกรรมบ้างเล็กน้อย

การสังเกตโดยไม่เข้าร่วมผู้สังเกตไม่เข้าร่วมกิจกรรมเช่นปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียวและผู้สังเกตอยู่ภายนอกสังเกตโดยไม่เข้าไปใกล้

การสังเกตแบบทางการ
เป็นตาสังเกตที่ผู้สังเกตดูตัว

จะสังเกตแบบไม่เป็นทางการ
เป็นลักษณะการสังเกตแบบไม่รู้ตัวและได้ข้อมูลที่เป็นธรรมชาติมีความใกล้เคียงกับข้อเท็จจริง

การรายงานผลตนเอง
เป็นวิธีการชักถามผู้สังเกตเช่นการมีคำถามไปเรื่อยๆทำให้ทราบความรู้สึกทัศนคติ
การศึกษาแบบคลินิก
ปีการศึกษารายกรณีได้ข้อมูลที่หลากหลายและมีข้อจำกัดและผู้สังเกตมีอคติจะทำให้ข้อมูลเบี่ยงเบนไป

การศึกษามานุษยวิทยา
เป็นการศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์วัฒนธรรมหรือสิ่งที่มนุษย์นิยมเช่นเล่าประวัติตนเอง

เครื่องมือที่ใช้ในการสังเกต
1 บันทึกแบบระเบียนพฤติกรรมคือเหมาะกับครูที่สังเกตพฤติกรรมเป็นการบันทึกแบบสั้นๆเช่นเห็นพฤติกรรมตอนไหนสามารถบันทึกสั้นๆที่มีการเกิดพฤติกรรมนั้นๆนำมาวิเคราะห์และแก้ไขพฤติกรรม
-สังเกตพฤติกรรมโดยตรง
-บันทึกทันทีหลังที่เกิดพฤติกรรม
-บันทึกเหตุการณ์เฉพาะสิ่งที่เห็นและได้ยิน
-จับเวลาเริ่มต้น-หยุด
-กำหนดรูปแบบบันทึก

การบันทึกต่อเนื่อง
-ให้รายละเอียดมากกว่าบันทึกแบบพฤติการณ์สังเกตพฤติกรรมที่มากกว่า 1 เหตุการณ์หลังการบันทึกเสร็จแล้วนำมาวิเคราะห์

การบันทึกแบบสุ่มเวลา
มีแบบฟอร์มมีการกำหนดเวลาเป็นการบันทึกความที่ของพฤติกรรมข้อดีและข้อมูลเป็นความจริงเหมาะสำหรับบันทึกพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย
-การบันทึกแบบสุ่มเวลา
เป็นการบันทึกเด็กตามจังหวะเวลาในช่วงเวลาที่กำหนด

การบันทึกแบบสุ่มเหตุการณ์
-เป็นการบันทึกแบบเก็บข้อมูลบันทึกโดยบันทึกจำนวนครั้ง

แบบตรวจสอบรายการ
-เป็นการบันทึกหรือตรวจสอบลำดับพฤติกรรม
1 ใช้ตรวจรายการพฤติกรรมมีจำนวนหลายข้อรายการ 
2 ใช้ตรวจสอบรายการตามลำดับขั้น
3ชั้นประเมินพัฒนาการ

แบบประเมินค่า
เป็นเครื่องมือที่คล้ายกับแบบตรวจสอบรายการแตกต่างคือบอกความหมายของคุณภาพ
เทคนิคการสังเกตพฤติกรรมมีรายละเอียดดังนี
1 บรรยายเหตุการณ์และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
 เช่นเด็กทำอะไรกำลังพูดคุยสนทนากับเพื่อน
2 ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัว
ข้อดีและข้อจำกัดในการบันทึก
-เด็กไม่ต้องมานั่งมาอ่าน
-เด็กไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกสังเกต
ข้อจำกัด ไม่สามารถวัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กได้

การประเมิน
อาจารย์ วันนี้อาจารย์สอนเนื้อหาแน่นและอธิบายได้อย่างชัดเจนและอธิบายวิธีการสังเกตให้ฟังหลากหลายรูปแบบและยกตัวอย่างเป็นแนวทางให้กับนักศึกษาได้เป็นอย่างดี

ตนเอง วันนี้ตั้งใจเรียนและจดบันทึกเนื้อหาที่อาจารย์สอนเป็นอย่างดีและกลับมาทำบล็อคและทบทวนความรู้

เพื่อน:ตั้งใจเรียนและบันทึกขณะที่อาจารย์สอนและแสดงความคิดเห็นขณะที่อาจารย์ยกตัวอย่างอธิบายให้ฟัง








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น